หนานจิง เมืองเก่าที่เล่าเรื่องอดีต และเปิดรับปัจจุบัน
ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปเยือน “อนุสรณ์สถานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง” อนุสรณ์สถานแห่งนี้รวบรวมทั้งภาพถ่าย หลักฐาน หนังสือพิมพ์บันทึกต่างๆ เอาไว้ มันไม่ใช่แค่เรื่อง “ประวัติศาสตร์” แต่มันคือ “ความทรมานของมนุษย์” จริงๆ
เหตุการณ์เกิดขึ้นในปลายปี 1937 ช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่น กินเวลาราว 6 สัปดาห์ หลังจากกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดเมืองนานกิง (ชื่อเก่าของหนานจิง) พวกเขาก็เริ่มลงมือเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างโหดร้าย ทั้งการยิงเป้าแบบหมู่ การใช้ดาบฟัน การเผาทั้งเป็น ข่มขืนผู้หญิงทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงหญิงชรา รวมถึงการฆ่าเชลยศึกด้วยวิธีที่ไร้ความปราณีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะคิดได้


ตัวเลขผู้ถูกสังหารประมาณ 300,000 คน เป็นข้อมูลจากฝั่งจีน ส่วนญี่ปุ่นรายงานต่างออกไป นี่จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มักถูกเล่าจากมุมของแต่ละฝ่าย แต่ไม่ว่าใครจะเล่ายังไง ความตายของผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น และแน่นอน ไม่ควรเกิดซ้ำอีก
มือที่ยื่นขึ้นจากดิน… ใต้ต้นไม้ใหญ่
ก่อนจะออกจากพื้นที่ของอนุสรณ์สถาน ผมสะดุดตากับ “รูปปั้นมือ” ขนาดใหญ่ที่เหมือนยื่นขึ้นมาจากพื้นดิน เป็นมือของใครสักคนที่กำลังจะจมหายไป หรืออาจกำลังไขว่คว้าความหวังเป็นครั้งสุดท้าย


มือนั้นไม่ใช่แค่งานศิลปะ แต่มันคือเสียงเงียบๆ ที่ตะโกนบอกว่า “เขายังอยู่ในประวัติศาสตร์นี้” เหมือนสัญลักษณ์ของคนที่ถูกกลืนหายไปในเหตุการณ์ แต่ยังทิ้งบางสิ่งไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้
จดจำอดีต แต่อย่าจดจำความเกลียดชัง
“Remember History, Not Hatred” คำพูดที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นข้อความที่ย้ำเตือนให้ระลึกถึงความเจ็บปวดในอดีต แต่ไม่ให้จมอยู่ในความเกลียดชัง หรือความทรงจำที่ทำให้เราติดอยู่ในวงจรความรุนแรง ความจริงก็คือ เมื่อเรารู้จักอดีตและเข้าใจมัน เราจะหลีกเลี่ยงการทำผิดซ้ำและสร้างโลกที่ดีกว่าให้แก่กัน
หนานจิง… เมืองที่มีชีวิตใหม่
หนานจิงไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีอดีตอันเจ็บปวดเท่านั้น เมืองนี้ยังคงเป็นที่ตั้งของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมโบราณและความทันสมัยที่ลงตัว ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของจีนในสมัยราชวงศ์หมิง และยังรักษากำแพงเมืองเก่าเอาไว้ได้อย่างดีมาก


ถ้าคุณมีเวลา ลองขึ้นไปเดินบน Nanjing City Wall เดินชมวิวบ้านเรือนแบบจีนโบราณปนกับตึกใหม่ ยิ่งช่วงเย็นนะครับ พระอาทิตย์ตกกลางเมืองที่เงียบสงบ มันเป็นภาพที่ทั้งสงบ และชวนให้คิดอะไรได้เยอะมาก
วัฒนธรรม กีฬา และผู้คนใจดี
เมืองนี้เคยเป็นเจ้าภาพ Youth Olympic Games ปี 2014 ด้วยนะ แปลว่าเขามีระบบเมืองดี และทันสมัยไม่แพ้ที่อื่น แต่ขณะเดียวกันก็ยังรักษากลิ่นอายวัฒนธรรมไว้ได้ดี รวมถึงตึกอาคาร สถาปัตยกรรมแปลกใหม่ แหล่งช้อปปิ้ง ทันสมัย


หากคุณชอบเมืองที่มีทั้งเรื่องให้คิด และความสงบให้พักใจ หนานจิงคือเมืองที่ควรไปลอง แล้วคุณอาจพบว่า… ความโหดร้ายในอดีต อาจเปลี่ยนเป็นพลังบางอย่างในปัจจุบัน พลังที่เตือนว่า “เราไม่ควรให้มันเกิดขึ้นอีก”


About The Author
Discover more from journan journey
Subscribe to get the latest posts sent to your email.